Promo code 9.9 Shopping Fest. (18-20 Sep 19)

ผลิตภัณฑ์บำรุงเล็บ

วิธีดูแลบำรุงเล็บ

เล็บถือเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งของร่างกาย ที่ต้องการการดูแลไม่ต่างจากอวัยวะส่วนอื่น ๆ ซึ่งการดูแลเล็บนั้นควรมีวิธีการดูแลอย่างถูกต้องและสม่ำเสมอ โดยวิธีที่ดีที่สุดนั้นคือการบำรุงจากภายใน เช่น รับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็ก วิตามิน และมีประโยชน์ อุดมไปด้วยสารอาหาร นอกจากนั้นควรหมั่นทาครีมบำรุงหรือแฮนด์ครีมอย่างสม่ำเสมออีกด้วยเพราะถือเป็นการเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่เล็บ รวมถึงเลี่ยงการทาเล็บบ่อย ๆ โดยเฉพาะแบบเจลซึ่งอาจเป็นเรื่องยากสำหรับคุณผู้หญิง แต่รู้หรือไม่ว่าการทาเล็บนั้นเป็นการทำลายหน้าเล็บอย่างหนึ่ง เพราะนอกจากสัมผัสกับสารเคมีโดยตรงแล้วยังถูกตะไบออก ในบางครั้งเพื่อความสวยงามอีกด้วย อีกทั้งเวลาตัดเล็บนั้นไม่ควรตัดให้สั้นหรือยาวจนเกินไป ควรเหลือเล็บขาวไว้เล็กน้อยเพื่อป้องกันการฉีกขาด

เล็บ (59 สินค้า)

จำนวนสินค้าต่อหน้า  30 60 90
  • 1
  • 2
จำนวนสินค้าต่อหน้า  30 60 90
  • 1
  • 2

วิธีตัดเล็บอย่างถูกวิธี

การตัดเล็บนั้นถือเป็นจุดเริ่มต้นของการรักษาสุขอนามัยที่ดี เนื่องจากในหนึ่งวันเราใช้มือหยิบจับนู่นนี่มากมาย จึงเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรียและเชื้อโรคต่าง ๆ ชั้นดี บางครั้งเราก็ใช้มือของเราหยิบอาหารเข้าปากด้วยซ้ำ ดังนั้นเราจึงควรที่จะคำนึงในเรื่องของสุขอนามัย โดยการตัดเล็บที่ถูกต้องนั้นสามารถทำได้โดยเริ่มจากล้างมือและเท้าให้สะอาดก่อนการตัดเล็บ ซึ่งการอาบน้ำจะช่วยให้นิ่มและตัดง่ายยิ่งขึ้น สำหรับนิ้วมือสามารถตัดได้ทั้งแบบตรงและแบบโค้งตามรูปเล็บ สำหรับเล็บเท้าควรตัดแบบตรงเท่านั้นเพื่อป้องกันปัญหาเล็บขบ นอกจากนั้นควรที่จะเลือกกรรไกรตัดเล็บที่มีขนาดพอดี และหลังตัดเล็บควรล้างทำความสะอาดให้แห้งแล้วบำรุงด้วยครีมหรือโลชั่นเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นและป้องกันการฉีกขาด

เล็บบอกโรค

รู้หรือไม่ว่าเล็บของเรานั้นสามารถบ่งบอกถึงสุขภาพของเราในขณะนั้น ๆ ได้ด้วย ซึ่งลักษณะของเล็บโดยทั่วไปควรที่จะมีสีชมพูอ่อน พื้นผิวเรียบ มีความหนาพอประมาณ ไม่บางจนเกินไป ผิวหนังโดยรอบแข็งแรง โดยเราสามารถสังเกตความผิดปกติได้จากสิ่งดังต่อไปนี้
  1. สีเล็บ - หากมีลักษณะขาวซีดบ่งบอกได้ว่าอาจเป็นโรคโลหิตจางหรือขาดสารอาหาร ถ้ามีเล็บขาวมากเกินกว่าปกติอาจบ่งบอกถึงโรคตับ ไตหรือเบาหวาน หากมีอาการเล็บเหลืองอาจเกิดจากสารนิโคตินจากบุหรี่รวมไปถึงติดเชื้อราได้ ในส่วนของดอกเล็บนั้นมักพบในผู้ที่ขาดสารอาหาร
  2. ความหนาบางของเล็บ - หากมีลักษณะบางมากเกินไปอาจเป็นสัญญาณของโรคโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก นอกจากนี้ในผู้ที่มีอาการของการติดเชื้อราเล็บอาจมีลักษณะบาง
  3. พื้นผิวเล็บ - ในรายที่มีลักษณะขรุขระนั้นบ่งบอกได้ถึงโรคภูมิแพ้หรือสะเก็ดเงิน ถ้ามีลักษณะแตกร่อนอาจเป็นสัญญาณของโรคไทรอยด์
  4. ผิวหนังรอบเล็บ – ถ้ามีอาการผิดปกติ เช่น ยุ่ยหรือบวมแดงอาจเกิดจากการสัมผัสกับสารเคมีหรือน้ำมากจนเกินไป รวมถึงอาจมีการติดเชื้อราจากการไม่รักษาความสะอาด