ช้อปผ่านแอป สนุกขึ้น สะดวกจริง24 ชั่วโมง โหลดฟรี
Promo code 10.10 Super Deal (13-15 Oct 19)

ทดลองอ่าน บทที่ 3

“เรายังไม่ได้ลงชื่อในสัญญานะ แอนัสเตเชีย แต่เราคุยกันเรื่องข้อจำกัดแล้ว ผมขอบอกซ้ำอีกครั้งว่าเรามีคำปลอดภัย ตกลงไหม”

เธอกะพริบตาสองสามครั้งแต่ยังคงเงียบ

“คำพวกนั้นคืออะไร” ผมถาม

เธอลังเล

“คำปลอดภัยมีอะไรบ้างแอนัสเตเชีย”

“เหลืองค่ะ”

“แล้วอะไรอีก”

“แดงค่ะ”

“จำคำพวกนี้ไว้นะ”

เธอเลิกคิ้วหมิ่น ๆ อย่างเห็นได้ชัดและกำลังจะพูดอะไรสักอย่าง

“อย่าเริ่มด้วยการใช้ปากอวดฉลาดของคุณที่นี่นะมิสสตีลไม่อย่างนั้นผมจะให้คุณคุกเข่าแล้วจิ้มคุณทางปากเข้าใจหรือเปล่า”

 

“แล้วผมจะเชื่อใจคุณได้ยังไง” ถ้าเธอซื่อสัตย์กับผมไม่ได้ แล้วเราจะมีความหวังอะไร เธอบอกไม่ได้ว่าเธอคิดว่าผมอยากได้ยินอะไร นั่นมันจะเป็นความสัมพันธ์แบบไหนล่ะ ผมสลด นี่คือปัญหาของการรับมือกับคนที่ไม่ได้ใช้วิถีชีวิตแบบนี้ เธอไม่เข้าใจ

ผมไม่น่าไล่ตามเธอเลย

พนักงานเสิร์ฟมาถึงพร้อมกับไวน์ขณะที่เราจ้องหน้ากันด้วยความกังขา

ผมน่าจะอธิบายให้เธอฟังได้ดีกว่านี้

เกรย์ เลิกคิดเรื่องลบก่อน

ใช่ ตอนนี้มันไม่เกี่ยว ผมกำลังพยายามทำให้ความสัมพันธ์เป็นไปในรูปแบบของเธอ ถ้าเธอยอมนะ

ไอ้เบื๊อกน่ารำคาญนั่นใช้เวลาเปิดขวดนานเกินไป เขาพยายามจะเอาใจเราหรือ หรือว่าแค่แอนาที่เขาอยากจะสร้างความประทับใจ ในที่สุดหมอนั่นก็เปิดจุกขวดออกแล้วรินไวน์ให้ผมชิม ผมรีบจิบเร็ว ๆ ต้องให้ไวน์หายใจก่อน แต่ก็ช่างมันเถอะ

“ใช้ได้” ไปเสียที ขอร้อง เขารินไวน์ให้เราแล้วจากไป

แอนากับผมไม่ละสายตาจากกันเลย เราต่างพยายามจะมองให้ออกว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไร เธอเป็นฝ่ายหลบสายตาก่อนแล้วจิบไวน์ หลับตาราวกับกำลังคิดหาหนทางใหม่ ๆ เมื่อเธอลืมตาขึ้น ผมเห็นความโศกเศร้าในนั้น “ฉันขอโทษค่ะ” เธอกระซิบบอก

“ขอโทษเรื่องอะไร” ฉิบหายแล้ว เธอจบสิ้นกับผมแล้วเหรอ ไม่มีหวังแล้วใช่ไหม

“ที่ไม่ใช้คำปลอดภัย” เธอว่า

โอย ขอบคุณ พระเจ้า ผมนึกว่ามันจบแล้วเสียอีก

“เราอาจเลี่ยงความทรมานใจพวกนี้ได้” ผมพึมพำตอบและพยายามจะปิดยังอาการโล่งอกของตัวเองด้วย

“คุณดูสบายดี” เสียงเธอสั่น

“รูปลักษณ์ภายนอกอาจหลอกตาก็ได้ ผมไม่ได้รู้สึกสบายดีเลยสักนิด ผมรู้สึกเหมือนดวงอาทิตย์ตกแล้วก็ไม่โผล่ขึ้นมาห้าวัน แอนา ผมติดอยู่ในเวลากลางคืนที่ไม่มีวันจบสิ้น”

ผมได้ยินเสียงลมหายใจของเธอขาดห้วง

เธอคิดว่าผมรู้สึกยังไงเหรอ เธอทิ้งผมไปในตอนที่ผมแทบจะวิงวอนขอให้เธออยู่ “คุณบอกว่าคุณจะไม่ทิ้งไปไหน แต่พอเรื่องมันเริ่มยากลำบาก คุณก็เดินจากไป”

“ฉันบอกว่าจะไม่ทิ้งไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน”

“ตอนที่คุณหลับ” ก่อนที่เราจะไปขึ้นเครื่องร่อนกัน “ผมไม่ได้ยินถ้อยคำที่ปลอบประโลมใจที่สุดแบบนั้นมานานแล้ว แอนัสเตเชีย มันทำให้ผมสบายใจ”

เธอสูดหายใจเฮือก ความเห็นอกเห็นใจอย่างเปิดเผยและจริงใจปรากฏอยู่บนใบหน้าสวยหวานของเธอขณะเอื้อมมือไปหยิบไวน์ ผมมีโอกาสแล้ว

ถามเธอเลยสิ เกรย์

ถามคำถามที่ผมไม่ยอมให้ตัวเองคิดถึงมันเพราะรู้ดีว่าผมกลัวคำตอบ ไม่ว่ามันจะเป็นอะไรก็ตาม แต่ผมอยากรู้ ผมต้องรู้ให้ได้

“คุณบอกว่าคุณรักผม” ผมกระซิบเกือบจะสำลักคำพูด เธอไม่น่าจะยังรู้สึกแบบนั้นกับผมอยู่หรอก จริงไหม “มันกลายเป็นอดีตไปแล้วหรือเปล่า”

“เปล่าค่ะ คริสเตียน ไม่ใช่อย่างนั้น” เธอพูด ราวกับกำลังสารภาพบาปอีกครั้ง ผมไม่ได้เตรียมใจจะรับความรู้สึกโล่งใจที่พุ่งวาบเข้ามาในอก แต่มันคือความโล่งใจที่ผสมกับความกลัว เป็นความรู้สึกสับสนปนเปเพราะผมรู้ว่าเธอรักปิศาจไม่ได้

“ดีแล้ว” ผมงึมงำด้วยความสับสน ตอนนี้ผมอยากหยุดคิดเรื่องนั้นก่อนจังหวะพอดีกับที่พนักงานเสิร์ฟกลับมาพร้อมอาหารของเรา

“กินซะ” ผมสั่ง ผู้หญิงคนนี้ต้องกินอะไรบ้าง

เธอสำรวจสิ่งที่อยู่ในจานด้วยท่าทางชิงชัง

“พระเจ้าช่วยเถอะ แอนัสเตเชีย ถ้าคุณไม่กิน ผมจะจับคุณนอนพาดตักแล้วตีก้นในร้านนี่แหละ ไม่ได้ทำเพื่อสนองราคะอะไรด้วย กินเข้าไป!”

“ก็ได้ กินก็ได้ เก็บมือกระตุก ๆ นั่นได้แล้ว” เธอพยายามจะตลก แต่ผมไม่หัวเราะ เธออ่อนแอมาก เธอหยิบอุปกรณ์การกินด้วยท่าทางดื้อรั้นปั้นปึ่ง แต่ก็ชิมคำหนึ่ง หลับตา เลียริมฝีปากด้วยความชอบใจ ภาพลิ้นเธอแค่นั้นก็ทำให้ร่างกายผมตื่นตัวตอบสนอง ซึ่งของมันขึ้นมาตั้งแต่เราจูบกันในตรอกแล้ว

แม่งเอ๊ย อีกแล้วเหรอ!ผมห้ามการตอบสนองในทางนั้น ยังมีเวลาสำหรับเรื่องนั้นภายหลัง ถ้าเธอตอบตกลง เธอกินอีกคำและอีกคำ ผมรู้ว่าเธอจะกินต่อไปรู้สึกดีใจที่อาหารเข้ามาเบี่ยงเบนความสนใจของเราเสีย ผมหั่นสเต็กเข้าปากหนึ่งคำ ไม่เลวเลย

เรากินต่อ พลางมองดูอีกฝ่ายโดยไม่เอ่ยอะไร

เธอไม่ได้บอกให้ผมไสหัวไปซะ ซึ่งถือว่าดี และขณะที่ผมพินิจมองเธอผมก็รู้สึกเลยว่าตัวเองมีความสุขมากขนาดไหนที่แค่ได้อยู่กับเธอ จริงอยู่ที่ผมต้องพัวพันกับอารมณ์ขัดแย้งมากมาย…แต่เธอก็อยู่ตรงนี้แล้ว เธออยู่กับผมและกำลังกิน ผมหวังว่าเราจะทำให้ข้อเสนอของผมเป็นไปได้ ปฏิกิริยาตอบสนองที่เธอมีต่อจูบที่ตรอกนั่น…มาจากข้างใน เธอยังต้องการผม ผมรู้ว่าถ้าผมเอาเธอตรงนั้นเธอก็คงไม่ห้าม

เธอขัดความคิดเรื่อยเปื่อยของผม “คุณรู้ไหมคะว่าใครร้อง” เสียงไพเราะอ่อนหวานของหญิงสาวคนหนึ่งดังมาจากลำโพงร้านอาหาร ผมไม่รู้ว่าเธอเป็นใคร แต่เราทั้งคู่เห็นตรงกันว่าเธอร้องดี

เมื่อได้ฟังเสียงนักร้องคนนี้แล้ว ผมก็นึกขึ้นได้ว่าผมมีไอแพ็ดมาให้แอนา หวังว่าเธอจะยอมรับมันไป และหวังว่าเธอจะชอบมันด้วย นอกจากเพลงที่อัพโหลดไว้เมื่อวาน ตอนเช้าผมใช้เวลาอีกนิดหน่อยเพิ่มลูกเล่นให้ด้วย อย่างภาพถ่ายเครื่องร่อนที่อยู่บนโต๊ะทำงานของผม ภาพเราสองคนตอนงานรับปริญญา และแอพอีกสองสามแอพ มันแทนคำขอโทษของผม คิดในแง่ดีว่าข้อความสั้น ๆ ที่สลักไว้ด้านหลังจะสื่อถึงความรู้สึกของผมได้ หวังว่าเธอจะไม่คิดว่ามันน้ำเน่า ผมแค่อยากจะเอามันให้เธอก่อน แต่ไม่รู้ว่าเราจะไปถึงจุดนั้นไหม ผมลุ้นมากเพราะเธอไม่ค่อยชอบรับของขวัญจากผม

“อะไรคะ” เธอถาม เธอรู้ว่าผมมีเรื่องอะไรบางอย่าง และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมสงสัยว่าเธออ่านใจผมได้

ผมส่ายหน้า “กินเข้าไปเถอะ”

ดวงตาสีฟ้าใสจ้องมองผม “ฉันไม่ไหวแล้วค่ะ แค่นี้พอหรือยังคะท่าน”

เธอพยายามจะยั่วผมเหรอ ผมเขม้นมองเธอ แต่ท่าทางเธอดูจริงใจ และเธอก็กินอาหารในจานมากกว่าครึ่งแล้ว ถ้าเธอไม่ได้กินอะไรเลยมาหลายวัน เท่านี้คงพอสำหรับเย็นนี้

“อิ่มตื้อจริง ๆ นะ” เธอเอ่ยย้ำ

อย่างกับบอกบทมา โทรศัพท์ผมสั่นอยู่ในเสื้อสูท เป็นสัญญาณว่ามีข้อความเข้า น่าจะเป็นเทย์เลอร์ ตอนนี้เขาคงอยู่ใกล้ ๆ แกลเลอรีแล้ว ผมเหลือบมองนาฬิกา

“อีกไม่นานเราต้องไปแล้ว เทย์เลอร์อยู่ที่นี่แล้ว แถมพรุ่งนี้เช้าคุณต้องตื่นไปทำงานด้วย” ผมไม่ได้คิดถึงเรื่องนั้นมาก่อนเลย ตอนนี้เธอทำงานแล้ว เธอต้องนอน ผมอาจจะต้องปรับแผนแล้วก็ปรับความคาดหวังของร่างกายตัวเอง ความคิดที่ว่าต้องเลื่อนความอยากออกไปก่อนนั้นทำผมเซ็ง

แอนาเตือนว่าผมก็ต้องตื่นไปทำงานเหมือนกัน

“ผมทำงานได้ถึงจะนอนน้อยกว่าคุณเยอะ แอนัสเตเชีย แต่ก็ยังดีที่คุณกินอะไรบ้าง”

“เราไม่ได้นั่งชาร์ลีแทงโกกลับเหรอคะ”

“เปล่า ผมคิดว่าผมอาจจะดื่ม เทย์เลอร์ก็เลยจะมารับเรา อีกอย่างระหว่างนั่งไปในรถด้วยกัน คุณจะได้อยู่กับผมตามลำพังสักสองสามชั่วโมงเป็นอย่างน้อยด้วย เราจะทำอะไรได้นอกจากคุย” และผมจะได้ยื่นข้อเสนอให้เธอ

ผมนั่งกระสับกระส่ายบนเก้าอี้ ช่วงที่สามของแคมเปญไม่ราบรื่นอย่างที่คาด

เธอทำให้ผมหึง

ผมเสียการควบคุม

ใช่ เธอทำให้ผมหลุดได้ตามเคย แต่ผมพลิกสถานการณ์และปิดข้อตกลงในรถได้

อย่ายอมแพ้ เกรย์

ผมเรียกพนักงานเสิร์ฟมาเช็กบิล แล้วโทร.หาเทย์เลอร์ เขารับสายเมื่อสัญญาณดังครั้งที่สอง

“มิสเตอร์เกรย์”

“เราอยู่ที่เลอปิโกแตง ตรงเซาท์เวสเติร์ดอเวนิว” ผมบอกเขาแล้ววางสาย

“คุณหยาบกระด้างกับเทย์เลอร์จัง ที่จริงก็กับคนส่วนใหญ่ละ”

“ผมแค่ชอบเข้าประเด็นเร็ว ๆ แอนัสเตเชีย”

“ค่ำนี้คุณไม่เห็นเข้าประเด็นสักอย่าง ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย คริสเตียน”

“ผมมีข้อเสนอให้คุณ”

“เรื่องนี้มันก็เริ่มขึ้นมาจากข้อเสนอนี่แหละ”

“ข้อเสนอคนละอย่างกัน” ผมอธิบาย

ผมว่าเธอดูสงสัยนิดหน่อย แต่ก็อาจจะอยากรู้ด้วย พนักงานเสิร์ฟกลับมาผมให้เครดิตการ์ดเขาไป แต่ยังตรึงความสนใจอยู่ที่แอนา หึ อย่างน้อยเธอก็ตื่นตัวอยากรู้

ดี

หัวใจผมเต้นรัวเร็ว ผมหวังว่าเธอจะร่วมมือด้วย…หรือไม่ผมก็สูญเสียทุกอย่างไปเลย พนักงานเสิร์ฟส่งสลิปเครดิตการ์ดให้เซ็น ผมให้ทิปหนักมากและตวัดมือเซ็นชื่อ พนักงานเสิร์ฟดูดีใจออกนอกหน้า ซึ่งยังคงน่ารำคาญอยู่ดี

โทรศัพท์ของผมสั่นผมอ่านข้อความเร็ว ๆ เทย์เลอร์มาถึงแล้ว พนักงานเสิร์ฟคืนเครดิตการ์ดให้แล้วหายไป

“ไปเถอะ เทย์เลอร์รออยู่ข้างนอก”

เราต่างยืนขึ้น ผมจับมือเธอ “ผมไม่อยากเสียคุณไป แอนัสเตเชีย” ผมเอ่ยเบา ๆ แล้วยกมือเธอขึ้นจูบแผ่วเบาตรงข้อนิ้ว ลมหายใจเธอกระชั้นถี่

โอ เสียงแบบนี้

ผมเหลือบมองหน้าเธอ ริมฝีปากเธอเผยอออก แก้มแดง ดวงตาเบิกโต ภาพนั้นทำให้ผมมีหวังและมีอารมณ์ ผมควบคุมชีพจรตัวเองให้สงบลงแล้วพาเธอออกจากร้านอาหารไปด้านนอก เทย์เลอร์รออยู่ตรงขอบถนนในรถออดี คิว 7ผมเพิ่งนึกได้ว่าแอนาคงไม่สะดวกจะคุยถ้าเขาอยู่ด้วย

ผมคิดอะไรออกอย่างหนึ่ง ผมเปิดประตูหลัง ส่งเธอเข้าไปแล้วเดินอ้อมไปทางคนขับ เทย์เลอร์ออกมาเปิดประตูให้ผม

“สวัสดีเทย์เลอร์ นายมีไอพอดกับหูฟังหรือเปล่า”

“มีครับ พกติดตัวก่อนออกจากบ้านเสมอ”

“เยี่ยม ใช้ของพวกนั้นระหว่างทางกลับบ้านนะ”

“ได้ครับ”

“นายจะฟังเพลงอะไร”

“ปุชชินีครับ”

“ทอสคาเหรอ”

“ลาโบแฮม”

“เข้าใจเลือก” ผมยิ้ม เขาทำให้ผมประหลาดใจเสมอ ผมคิดเองเออเองมาตลอดว่ารสนิยมทางดนตรีของเขาน่าจะไปทางคันทรีหรือร็อค ผมสูดหายใจลึกแล้วขึ้นรถ ผมกำลังจะต่อรองข้อตกลงที่สำคัญที่สุดในชีวิต

ผมอยากได้เธอคืนมา

เทย์เลอร์กดปุ่มเล่นบนวิทยุในรถ จากนั้นตัวโน้ตปลุกเร้าจากรัคมานินอฟก็ดังคลอเบา ๆ เขามองผมครู่หนึ่งจากกระจกมองหลังและเบนรถออกสู่แสงไฟจราจรยามค่ำคืน

แอนัสเตเชียกำลังมองผมอยู่ตอนที่ผมหันกลับไปหาเธอ “อย่างที่ผมบอกละ แอนัสเตเชีย ผมมีข้อเสนอให้คุณ”

เธอมองเทย์เลอร์อย่างหวั่นใจ เหมือนที่ผมรู้ว่าเธอจะต้องเป็นอย่างนั้น

“เทย์เลอร์ไม่ได้ยินคุณหรอก”

“ทำไมล่ะคะ” เธอท่าทางงง

“เทย์เลอร์” ผมเรียก เทย์เลอร์ไม่ตอบ ผมเรียกเขาอีกครั้ง แล้วก็ชะโงกไปแตะไหล่เขา เขาถอดหูฟังออก

“ครับ”

“พอใจหรือยัง เขาฟังเพลงในไอพ็อดอยู่ ปุชชินีน่ะ ลืมไปได้เลยว่าเขาอยู่ตรงนี้ ตามนั้น”

“คุณจงใจขอให้เขาทำอย่างนั้นเหรอ”

“ใช่”

เธอกะพริบตาด้วยความประหลาดใจ “ก็ได้แล้วข้อเสนอของคุณว่ายังไงคะ” เธอเอ่ยอย่างลังเลและหวั่นกังวล

ผมก็ตื่นเต้นเหมือนกันแหละ ที่รัก เอาละ อย่าทำพังนะ เกรย์

จะเริ่มยังไงดี

ผมสูดหายใจลึก “ขอผมถามอะไรคุณอย่างหนึ่งก่อน คุณอยากมีเซ็กซ์ปกติโดยปราศจากเซ็กซ์พิสดารทั้งหมดเลยหรือเปล่า”

“เซ็กซ์พิสดารเหรอ” เธอเสียงแห้ง

“เซ็กซ์พิสดาร”

“ไม่อยากเชื่อเลยว่าคุณจะพูดแบบนี้ออกมา” เธอมองเทย์เลอร์อย่างหวั่น ๆ อีกครั้ง

“ผมพูดแล้วนี่ ตอบมาสิ”

“ฉันชอบเซ็กซ์พิสดารของคุณค่ะ” เธอตอบเสียงเบา

โอ ที่รัก ผมก็เหมือนกัน

ผมโล่งใจ ขั้นที่หนึ่ง…โอเค เยือกเย็นไว้ เกรย์

“ผมก็ว่าอย่างนั้นแหละ แล้วตรงไหนหรือที่คุณไม่ชอบ”

เธอเงียบไปครู่หนึ่ง ผมรู้ว่าเธอกำลังจ้องเขม็งผมอยู่ท่ามกลางแสงและเงาของไฟถนนที่เว้นระยะเป็นช่วง ๆ

“การทำร้ายทารุณกับการลงโทษแบบพิสดาร” เธอบอก

“หมายความว่ายังไง”

“ก็คุณมีพวก…” เธอหยุดพลางเหลือบมองเทย์เลอร์อีกครั้ง เสียงเธอเบาลง “ไม้เรียว แส้ แล้วก็เครื่องไม้เครื่องมืออื่น ๆ ในห้องเล่น ฉันกลัวของพวกนั้นแทบขาดใจ ฉันไม่อยากให้คุณเอามาใช้กับฉัน”

นี่ไง ผมคิดมาแล้ว

“ได้ งั้นจะไม่มีแส้ ไม้เรียว แล้วก็เข็มขัดด้วย” ผมเพิ่มให้โดยไม่อาจกำจัดน้ำเสียงประชดออกไปได้

“คุณพยายามจะเปลี่ยนข้อจำกัดขั้นสูงอย่างเด็ดขาดน่ะหรือคะ” เธอถาม

“ก็ไม่เชิง ผมแค่พยายามจะเข้าใจคุณ จะได้เห็นภาพชัดขึ้นว่าคุณชอบหรือไม่ชอบอะไร”

“หลัก ๆ เลยนะคะ คริสเตียน ฉันทำใจลำบากตรงที่คุณมีความสุขที่ได้ทำให้ฉันเจ็บปวดนั่นแหละ แล้วก็เวลาที่คิดว่าคุณทำแบบนนั้นเพราะฉันล่วงล้ำข้อห้ามเผด็จการของคุณ”

แม่ง เธอรู้จักผม เธอเห็นปิศาจแล้ว ผมจะไม่ไปต่อ หรือผมจะยกเลิกข้อตกลงนี้ ผมไม่สนข้อคิดเห็นแรกของเธอแล้วตั้งใจฟังประเด็นที่สองต่อไป “แต่มันไม่ใช่เผด็จการ กฎก็มีเขียนไว้”

“ฉันไม่อยากได้กฎพวกนั้น”

“ไม่เอาแม้แต่ข้อเดียวหรือ”

เวรละ – เธออาจแตะต้องตัวผมก็ได้ ผมจะป้องกันตัวเองจากเรื่องนั้นยังไงล่ะ แถมเธออาจจะทำอะไรโง่ ๆ ที่ทำให้ตัวเองเสี่ยงอันตรายด้วย

“ไม่เอา” เธอพูดชัด พลางส่ายศีรษะเพื่อเน้นความหมาย

เอาละ คำถามรางวัลหนึ่งล้านบาท

“แต่คุณไม่ว่าอะไรที่ผมตีคุณเนี่ยนะ”

“ตีด้วยอะไรล่ะคะ”

“นี่” ผมชูมือขึ้น

เธอขยับตัวบนเบาะแล้วเงียบไป ความสุขสมชื่นบานซาบซ่านอยู่ในช่องท้องโอยที่รัก ผมชอบเวลาคุณบิดตัว

“ไม่ค่ะ ก็ไม่เชิง โดยเฉพาะเวลามีลูกบอลเงินพวกนั้น…”

ส่วนนั้นของผมตื่นตัวเมื่อคิดตาม แม่ง ผมไขว้ขา “แหงละ สนุกออก”

“ยิ่งกว่าสนุกอีกค่ะ” เธอเสริม

“แสดงว่าคุณทนเจ็บได้บ้าง” ผมเก็บกลั้นความหวังในน้ำเสียงไว้ไม่อยู่

“ค่ะ ฉันว่านะ” เธอยักไหล่

โอเค งั้นเราอาจสร้างความสัมพันธ์ประมาณนี้ได้

หายใจเข้าลึก ๆ เกรย์ บอกเงื่อนไขเธอไป

“แอนัสเตเชีย ผมอยากเริ่มต้นใหม่ เรามีเซ็กซ์ปกติกันไปก่อน แล้วบางที เมื่อไหร่ที่คุณเชื่อใจผมมากกว่านี้ และถ้าผมเชื่อใจว่าคุณจะเปิดเผยและสื่อสารกับผม เราค่อยเลื่อนระดับไปทำบางอย่างที่ผมชอบ”

นั่นแหละ

เวรเอ๊ย หัวใจผมเต้นรัวเลย เลือดวิ่งตุบ ๆ ไปทั่วร่าง กระทบกับแก้วหูระหว่างที่ผมรอปฏิกิริยาเธอ ชีวิตความเป็นอยู่ของผมแขวนอยู่บนตราชั่ง และเธอก็…ไม่พูดอะไรเลย! เธอจ้องผมขณะที่รถแล่นผ่านใต้แสงไฟบนท้องถนน ผมมองเห็นเธอชัดเจน เธอกำลังประเมินผม ดวงตาเธอโตอย่างไม่น่าเชื่อบนใบหน้าที่งดงาม ซูบเซียว และเศร้าหมอง

โธ่ แอนา

“แล้วเรื่องลงโทษล่ะคะ” ในที่สุดเธอก็เอ่ยขึ้นมา

ผมหลับตา ไม่ปฏิเสธ “ไม่มีการลงโทษ ไม่มีเลย”

“แล้วกฎล่ะ”

“ไม่มีกฎ”

“ไม่มีเลยหรือ แต่คุณมีสิ่งที่คุณต้องการนี่” เสียงเธอแผ่วหายไป

“ผมต้องการคุณมากกว่า แอนัสเตเชีย สองสามวันมานี้ผมเหมือนตกนรก สัญชาตญาณทั้งหมดบอกให้ผมปล่อยคุณไป บอกว่าผมไม่คู่ควรกับคุณ

“ภาพที่เจ้าหนุ่มนั่นถ่าย…ทำให้ผมรู้ว่าเขามองคุณแบบไหน คุณดูสบายใจแล้วก็สวยงาม ไม่ใช่ว่าตอนนี้คุณไม่สวยนะ แต่ที่คุณนั่งอยู่ตรงนี้ ผมมองเห็นว่าคุณเจ็บปวด และมันทรมานเหลือเกินที่ได้รู้ว่าผมเป็นต้นเหตุที่ทำให้คุณรู้สึกแบบนี้”

มันกำลังฆ่าผม แอนา

“แต่ผมเป็นคนเห็นแก่ตัว ผมต้องการคุณตั้งแต่วันแรกที่คุณหกล้มในออฟฟิศผมแล้ว คุณสวยมีเสน่ห์ เปิดเผย อบอุ่น เข้มแข็ง ฉลาด บริสุทธิ์สดใส พูดไปก็ไม่หมด ผมชื่นชมคุณ ต้องการคุณ แล้วพอคิดว่าใครคนอื่นอาจได้ครอบครองคุณ มันเหมือนมีมีดคว้านทะลวงจิตใจมืดดำของผมเลยทีเดียว”

แม่ง น้ำเน่ามาก เกรย์! น้ำเน่าสุด ๆ

ผมเหมือนพวกโรคจิตเลย ผมคงทำเธอกลัวจนเตลิดแน่

“คริสเตียน ทำไมคุณถึงคิดว่าตัวเองจิตใจมืดดำล่ะคะ” เธอร้องออกมา ซึ่งทำให้ผมประหลาดใจสุด ๆ  “ฉันว่าไม่หรอก อาจจะเศร้าบ้าง แต่คุณเป็นคนดี ฉันรู้…คุณใจกว้าง คุณใจดี และคุณไม่เคยโกหกฉัน และฉันก็ยังไม่ได้พยายามเต็มที่ เรื่องเมื่อวันเสาร์มันช็อกระบบจนฉันรวนไปหมดค่ะ เหมือนบางอย่างที่ปลุกให้ตื่นขึ้นมาเจอความจริง ฉันนึกได้ว่าคุณดีกับฉันมาตลอด นึกได้ว่าฉันเป็นคนแบบที่คุณต้องการไม่ได้ จากนั้น หลังจากจากมา ฉันก็เข้าใจชัดเจนเลยว่าความเจ็บปวดทางกายที่คุณทำกับฉันมันไม่เลวร้ายเท่ากับความเจ็บปวดที่ต้องสูญเสียคุณ ฉันอยากทำให้คุณมีความสุข แต่มันก็ยาก”

“คุณทำให้ผมมีความสุขตลอดเวลาอยู่แล้ว” เมื่อไหร่เธอจะเข้าใจเรื่องนี้เสียที “คุณจะให้ผมบอกอีกกี่ครั้ง”

“ฉันไม่เคยรู้เลยว่าคุณคิดยังไง”

เธอไม่รู้เหรอ ที่รักคุณอ่านผมออกเหมือนเป็นหนังสือเล่มหนึ่ง เว้นแต่ว่าผมไม่ใช่พระเอกไง ผมไม่มีวันเป็นพระเอกได้

“บางครั้งคุณก็ปิดกั้นตัวเอง…เหมือนอยู่ในอาณาจักรส่วนตัว คุณทำให้ฉันกลัวค่ะ นั่นละเหตุผลที่ฉันเอาแต่นิ่งเงียบ ฉันไม่รู้ว่าอารมณ์คุณจะเป็นยังไง มันขึ้นลงเหวี่ยงไปเหวี่ยงมา แล้วก็เหวี่ยงกลับในอีกแค่เสี้ยววินาที ฉันสับสน แล้วคุณก็ไม่ให้ฉันแตะต้องตัวคุณด้วย ฉันอยากสัมผัสคุณมากเพราะอยากให้คุณรู้ว่าฉันรักคุณแค่ไหน”

ความกังวลระเบิดขึ้นในอกแล้วหัวใจผมก็เริ่มเต้นกระหน่ำ เธอพูดออกมาอีกแล้ว คำสำคัญสามคำที่ผมทนไม่ได้ แล้วก็เรื่องสัมผัสตัว ไม่ ไม่ ไม่นะ เธอจะแตะต้องตัวผมไม่ได้ แต่ก่อนที่ผมจะตอบอะไร ก่อนที่ความมืดจะเข้าครอบคลุม เธอก็ปลดเข็มขัดนิรภัยแล้วคลานข้ามเบาะขึ้นมานั่งบนตักผม เธอประคองมือทาบศีรษะผม จ้องตรงเข้ามาในดวงตา แล้วผมก็หยุดหายใจ

“ฉันรักคุณค่ะ คริสเตียน เกรย์ คุณเตรียมการทำทุกอย่างนี้ก็เพื่อฉัน ฉันต่างหากคือคนที่ไม่คู่ควร บางทีถ้าเวลาผ่านไป…ไม่รู้สิคะ…แต่ตกลงค่ะ ฉันรับข้อเสนอของคุณ ฉันต้องเซ็นชื่อตรงไหนเหรอ” เธอตวัดแขนโอบรอบคอผมแล้วกอดผม แนบแก้มอุ่น ๆ ของเธอกับแก้มของผม

ไม่อยากเชื่อสิ่งที่ตัวเองได้ยินเลย

ความกังวลเปลี่ยนเป็นความสุขสม มันแผ่ซ่านอยู่ในอก ทำให้ผมกระชุ่มกระชวยตั้งแต่หัวจรดเท้า ส่งความอบอุ่นไปทั่ว เธอจะพยายาม ผมได้เธอกลับมาแล้ว ผมไม่คู่ควรกับเธอ แต่ก็ได้เธอกลับมา ผมโอบกอดเธอและกอดแน่นๆไว้อย่างนั้นพลางซุกจมูกเข้ากับผมหอม ๆ ของเธอขณะที่ความโล่งอกและอารมณ์สารพัดหลากหลายเติมเต็มเข้ามาในความว่างเปล่าซึ่งผมมีมันอยู่ในตัวตั้งแต่ที่เธอจากไป

“โอ แอนา” ผมกระซิบและกอดเธอไว้ มันมึนงงและ…อิ่มเอมเกินกว่าจะพูดอะไรได้อีก เธอซุกกายอยู่ในอ้อมแขนผม ศีรษะซบอยู่บนบ่า เราฟังรัคมานินอฟด้วยกัน ผมคิดทบทวนคำพูดของเธอ

เธอรักผม

ผมทดสอบประโยคนั้นในหัวรวมถึงส่วนที่เหลืออยู่ในใจ แล้วก็กลืนก้อนแข็ง ๆ ของความกลัวที่ก่อตัวขึ้นในคอลงไปเมื่อถ้อยคำเหล่านั้นดังชัดเจน

ผมทำได้

ผมมีชีวิตอยู่กับสิ่งนี้ได้

ผมต้องทำให้ได้ ผมต้องปกป้องเธอและหัวใจอันบอบบางของเธอ

สูดหายใจเข้าลึก ๆ

ผมทำได้

เว้นแต่การแตะเนื้อต้องตัว ผมทำอันนั้นไม่ได้ ผมต้องทำให้เธอเข้าใจ ต้องจัดการกับความคาดหวังของเธอ ผมลูบหลังเธอเบา ๆ “การแตะเนื้อต้องตัวเป็นข้อจำกัดขั้นสูงของผม แอนา”

“ฉันรู้ค่ะ ฉันอยากเข้าใจเหลือเกินว่าทำไม” ลมหายใจของเธอที่รดต้นคอผมทำให้ผมจักจี้

ผมควรบอกเธอไหม ทำไมเธอถึงอยากรู้เรื่องเลวร้ายนี้นะ เรื่องเลวร้ายของผมเนี่ย บางทีผมอาจจะบอกใบ้ ให้เธอรู้เป็นนัย ๆ

“ผมมีชีวิตวัยเด็กที่โหดร้ายมาก แมงดาคนหนึ่งของโสเภณีขี้ยา…”

Chapter 3 (0 สินค้า)

จำนวนสินค้าต่อหน้า  30 60 90
จำนวนสินค้าต่อหน้า  30 60 90