ช้อปผ่านแอป สนุกขึ้น สะดวกจริง24 ชั่วโมง โหลดฟรี
Promo code October On Sale! ลดให้ทั้งเดือน (22-24 Oct 2020)_V2
ชุด แบบฝึกเสริมทักษะ สำหรับเด็กอายุ 4 ปี (7 เล่ม)
รหัสสินค้า  245111010

ชุด แบบฝึกเสริมทักษะ สำหรับเด็กอายุ 4 ปี (7 เล่ม)

รหัสสินค้า  245111010
  • ISBN : 1294877743835
  • แบบฝึกเสริมทักษะจะช่วยพัฒนาศักยภาพของสมองทั้งซีกซ้ายและซีกขวา เพื่อให้สมองของเด็กวัย 4 ปี ได้รับการกระตุ้นในช่วงที่พัฒนาได้ดีที่สุด
  • ภาพประกอบสวยงาม สีสันสดใส
  • ใช้ภาษาง่าย เข้าใจได้ไม่ยาก
  • ช่วยให้เด็กๆ พัฒนาทักษะด้านการใช้เหตุผล การรับรู้ การตัดสินใจ การสังเกตการประสานงาน และความจดจ่ออย่างเป็นขั้นเป็นตอน
฿ 535
฿ 595
10%
ประหยัด ฿ 60
ราคานี้ใช้ได้ตั้งแต่  30/08/2018 - 24/10/2020
รวมยอดของ
- +
มีสินค้าในสต๊อก
สินค้านี้จำกัดจำนวนในการสั่งซื้อ

การจัดส่ง

จัดส่งฟรีเซเว่นอีเลฟเว่น (7-11) ส่งภายใน 3 - 7 วันทำการ หลังชำระเงิน
ฟรี
จัดส่งตามที่อยู่ ส่งภายใน 3 - 7 วันทำการ หลังชำระเงิน

สินค้าใกล้เคียง

ขนาดสินค้ารวมบรรจุภัณฑ์ (กxยxส) 21x29x5 ซม.
น้ำหนักรวมบรรจุภัณฑ์ 2.2 กก.

เนื้อหาโดยสังเขป

ชุด แบบฝึกเสริมทักษะ สำหรับเด็กอายุ 4 ปี (7 เล่ม)

          แบบฝึกเสริมทักษะจะช่วยพัฒนาศักยภาพของสมองทั้งซีกซ้ายและซีกขวา เพื่อให้สมองของเด็กวัย 4 ปี ได้รับการกระตุ้นในช่วงที่พัฒนาได้ดีที่สุด ชุดนี้ภาพประกอบสวยงาม สีสันสดใส ใช้ภาษาง่าย จะช่วยให้เด็กๆ พัฒนาทักษะด้านการใช้เหตุผล การรับรู้ การตัดสินใจ การสังเกตการประสานงาน และความจดจ่ออย่างเป็นขั้นเป็นตอน ทั้งนี้ด้านล่างของแบบฝึดหัดจะมีคำแนะนำและตารางทักษะอยู่ เพื่อแสดงให้เห็นว่าแบบฝึกหัดในแต่ละหน้านั้นใช้ทักษะใดบ้าง เสริมสร้างพัฒนาการของสมองทั้งซีกซ้ายและซีกขวาให้เด็กๆ เก่งสมวัย

          ในชุด ประกอบด้วย แบบฝึกหัดเสริมทักษะ สำหรับเด็กอายุ 4 ปี จำนวน 7 เล่ม ได้แก่

1. แบบฝึกเสริมทักษะ 4 ปี พิชิตตรรกะ : รู้จักเปรียบเทียบและวิเคราะห์โดยใช้เหตุผลในการพิจารณาหาคำตอบ กับหนังสือแบบฝึกเสริมทักษะ 4 ปี พิชิตตรรกะ เด็กที่ได้รับการฝึกให้คิดอย่างมีเหตุผลก็เท่ากับประสบความสำเร็จด้านการเรียนไปแล้วครึ่งหนึ่ง

          ฌอง เพียเจต์ (Jean Piaget) นักจิตวิทยาชื่อดังชาวสวิสเคยกล่าวว่า "ความเร็วในการพัฒนาของความคิดตลอดชีวิตของมนุษย์นั้นมีไม่เท่ากัน ชีวิตช่วงแรกจะพัฒนาเร็ว จากนั้นจะพัฒนาช้าลง ดังนั้นจึงควรฝึกฝนการคิดอย่างมีเหตุผลตั้งแต่เนิ่นๆ"

          การคิดอย่างมีเหตุผล คือการคิดแบบนามธรรม แยกแยะเงื่อนไขชัดเจนและเป็นระบบ โดยทั่วไปแล้วทุกคนจะมีทักษะการคิดอย่างมีเหตุผล เพียงแต่มีมากหรือน้อยไม่เท่ากัน ผู้ที่มีทักษะการคิดอย่างมีเหตุผลจะมีไอคิวสูง รู้จักพลิกแพลง มีทักษะในการรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ มีทักษะในการวิเคราะห์ ทักษะในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ และทักษะการเป็นผู้นำมากกว่าบุคคลอื่น และเนื่องจากเด็กในวัยก่อนเข้าโรงเรียนเป็นช่วงที่พื้นฐานความคิดนามธรรมเริ่มก่อตัว จึงจำเป็นต้องได้รับการฝึกฝนทักษะการคิดอย่างมีเหตุผลตั้งแต่เนิ่นๆ

          หนังสือชุดนี้จะฝึกให้เด็กๆ ได้ใช้ความคิดอย่างมีเหตุผล ผ่านกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย อาทิ เกมเขาวงกตติดสติกเกอร์ โยงเส้น ระบายสี เป็นต้น กิจกรรมที่หลากหลายเหล่านี้จะช่วยจูงใจเด็กๆ ทำให้พวกเขารู้สึกว่ากำลัง "เล่น" ไม่ใช่กำลัง "เรียน" ซึ่งโดยธรรมชาติแล้วทักษะเรื่องการคิดอย่างมีเหตุผลจะเกิดขึ้นได้ดีจาก "การเล่น"

          ในขณะที่เด็กๆ กำลังทำกิจกรรม ควรให้เวลาเด็กๆ คิดอย่างเพียงพอ ไม่จำเป็นต้องให้พวกเขารีบคิดหาคำตอบออกมา แต่ให้แนะนำหรือชี้แนวทางการคิดของเด็กๆ ได้ คำตอบที่ได้จากการคิดอย่างละเอียดของสมองจะช่วยพัฒนาการเรียนรู้ของเด็กๆ ไปอีกขั้นหนึ่ง

 

2. แบบฝึกเสริมทักษะ 4 ปี จับคู่ลับสมอง : เข้าใจความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างสิ่งต่างๆ แล้วจับคู่ความสัมพันธ์ได้ ลงมือทำแบบฝึกหัดจับคู่ เพื่อเป็นพื้นฐานการพัฒนาการเรียนรู้ในอนาคต

          “การจับคู่” หมายถึง การหาสิ่งที่มีลักษณะเด่นสอดคล้องกันมาเข้าคู่กัน นอกจากจะนำสิ่งที่เหมือนกันมาจับคู่กันแล้ว ยังรวมไปถึงการจับคู่ความสัมพันธ์หรือตัวเลขอีกด้วย กิจกรรมการจับคู่จะช่วยให้เด็กๆ เข้าใจความหมายของ "มูลค่าที่เท่ากัน" ช่วยพัฒนาความรู้ด้านคณิตศาสตร์ ดังนั้นการจับคู่จึงเป็นพื้นฐานการพัฒนาการเรียนรู้ในอนาคตที่จะมองข้ามไม่ได้

          การจับคู่ในสายตาของผู้ใหญ่อาจเป็นเรื่องง่าย แต่อันที่จริงแล้วการจับคู่แฝงการฝึกฝนทักษะการสังเกตการแยกแยะ และการคิดอย่างมีเหตุผลให้กับเด็กๆ ช่วยพัฒนาการเรียนรู้แบบก้าวกระโดด โดยในชีวิตประจำวันอาจให้เด็กๆ ช่วยงานบ้าน เช่น จับคู่ถุงเท้า จับคู่ช้อนกับส้อมวางลงในจานบนโต๊ะอาหาร จะช่วยให้เด็กๆ ได้ฝึกฝนเรื่องการจับคู่อย่างเป็นธรรมชาติ

          หนังสือเล่มนี้ถามคำถามให้เด็กๆ ได้คิดวิเคราะห์เรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน ผ่านวิธีการเรียนรู้ที่หลากหลาย เช่น เกมเขาวงกต การติดสติกเกอร์ การลากเส้นจับคู่ การระบายสี เพื่อไม่ให้เด็กๆ เกิดความเบื่อหน่าย ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้จะช่วยดึงดูดให้เด็กๆ เข้าสู่โลกแห่งการจับคู่ ที่ทำให้พวกเขารู้สึกว่ากำลัง "เล่น" ไม่ใช่กำลัง "เรียน"

          ขณะที่เด็กๆ กำลังคิดหาคำตอบควรจะให้เวลาพวกเขาอย่างเพียงพอ ไม่จำเป็นต้องเร่งให้พวกเขาตอบคำถาม เพราะจะเป็นการปิดกั้นโอกาสในการคิดของเด็กๆ แต่อาจจะแนะนำหรือชี้แนะแนวทางในการตอบคำถามให้เด็กๆ บ้าง เมื่อสมองส่วนซีรีเบลลัมได้ทำการคิดวิเคราะห์ จะช่วยพัฒนาการเรียนรู้ให้เด็กๆ ไปอีกหนึ่งขั้น

 

3. แบบฝึกเสริมทักษะ 4 ปี เสริมสมาธิ : ฝึกคิดพิจารณาโจทย์ปัญหา เพิ่มพูนทักษะด้านการใช้สมาธิในการหาคำตอบ ฝึกให้เด็กมีสมาธิ…จะทำสิ่งใดก็สำเร็จ

          "ทำไมเด็กๆ ถึงดูไม่ค่อยมีสมาธิเลย" นี่เป็นปัญหาที่น่าเป็นห่วงเวลาสอนเด็กๆ หรือเวลาที่ให้พวกเขาทำอะไรแล้วพวกเขาไม่จดจ่อกับเรื่องราวที่อยู่ตรงหน้า

          การที่เด็กๆ ไม่ค่อยมีสมาธิส่วนหนึ่งมาจากความเจริญทางเทคโนโลยี เด็กๆ ที่ดูภาพเคลื่อนไหวติดต่อกันเป็นเวลานาน เมื่อต้องมาอ่านตัวหนังสือที่ดูแข็งทื่อและน่าเบื่อทำให้พวกเขาไม่สนใจ ไม่มีสมาธิพอที่จะพิจารณาตัวหนังสือเหล่านั้น เมื่อตัวหนังสือหรือสัญลักษณ์ไม่ได้เข้าสู่สมอง สมองจึงไม่มีการจัดระเบียบหรือส่งต่อข้อมูล ทำให้ข้อมูลขาดตอน ไม่สามารถนำไปใช้ได้ นั่นเป็นสาเหตุว่าทำไมเด็กๆ ที่ไม่มีความจดจ่อถึงมีผลการเรียนต่ำ ซึ่งจะมีผลกระทบต่อการทำงาน ความมั่นใจ และการสร้างความสัมพันธ์กับบุคคลอื่นในอนาคตด้วย ดังนั้นการส่งเสริมให้เด็กๆ มีสมาธิจดจ่อจึงเป็นเรื่องที่สำคัญยิ่ง

          "การจดจ่อ" หมายถึง การมีสมาธิอยู่กับเรื่องใดเรื่องหนึ่งเป็นระยะเวลาพอสมควร โดยไม่ถูกปัจจัยภายนอกมารบกวน หนังสือเล่มนี้จึงเน้นไปที่กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการจดจ่อโดยเฉพาะ เช่น เกมเขาวงกตที่ต้องอาศัยการวางแผน การใช้สายตาแยกแยะ การสังเกต และการสำรวจ เป็นต้น เด็กๆ จะค่อยๆ ซึมซับการมีสมาธิจดจ่อไปเอง และเมื่อเด็กๆ มีสมาธิจดจ่อแล้วก็จะเรียนรู้สิ่งต่างๆ ได้โดยง่าย

          เวลาทำกิจกรรมควรให้เด็กๆ ทำในที่สงบ ปราศจากเสียงรบกวน โดยในวันแรกอาจให้เด็กๆ ทำแบบฝึกหัดสัก 10 นาที แล้วสังเกตว่าพวกเขามีความจดจ่อมากน้อยเพียงไร จากนั้นจึงลดหรือเพิ่มเวลาให้เหมาะสม ตอนทำกิจกรรมร่วมกับเด็กๆ อาจกระตุ้นให้พวกเขาดูให้มากและคิดให้มาก ให้มีสมาธิกับการทำกิจกรรมหน้าหนึ่งให้สำเร็จก่อน แล้วค่อยทำกิจกรรมในหน้าถัดไป

 

4. แบบฝึกเสริมทักษะ 4 ปี รูปทรงหรรษา : ค้นหาคำตอบตามเงื่อนไขที่กำหนดให้ เรียนรู้รูปร่างรูปทรงที่ซับซ้อนขึ้น ฝึกให้เด็กๆ เรียนรู้รูปร่างรูปทรงจากสิ่งที่พบเห็นในชีวิตประจำวัน

          ล้อรถกลมๆ ที่แล่นอยู่บนท้องถนน หลังคาบ้านมุมแหลม ตู้ไปรษณีย์สี่เหลี่ยม พระจันทร์เสี้ยว สัญลักษณ์เครื่องหมายบวก ดอกไม้ รูปดาว รูปหัวใจ และสิ่งของที่เด็กๆ พบเห็นได้บ่อยๆ ในชีวิตประจำวันเหล่านี้ล้วนมีรูปร่างรูปทรงซ่อนอยู่มากมาย การที่เด็กๆ รู้จักชื่อของรูปร่างรูปทรงและสามารถแยกแยะรูปร่างรูปทรงของสิ่งต่างๆ ได้ทั้งหมดนั้นเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก ดังนั้นจึงควรได้รับการฝึกฝน และส่งเสริมให้เด็กๆ ได้เรียนรู้รูปร่างรูปทรงจากสิ่งของต่างๆ รอบตัวทั้งที่บ้านและโรงเรียน เช่น ลูกบอล กล่อง บล็อกไม้ เป็นต้น

          เมื่อเด็กๆ เริ่มคุ้นเคยกับรูปทรงของสิ่งของต่างๆ ในชีวิตประจำวันแล้ว ก็จะเริ่มเข้าใจว่าสิ่งของที่มีรูปทรงสามมิตินั้นมีรูปสองมิติซ่อนอยู่ ซึ่งเด็กๆ ไม่จำเป็นต้องฝึกฝนเรื่องรูปทรงสามมิติแต่เพียงอย่างเดียวควรจะฝึกให้เด็กๆ มองภาพสองมิติจากหลากหลายมุมด้วยซึ่งทักษะการแยกแยะรูปร่างรูปทรงที่ดีก็จะเป็นพื้นฐานในการอ่านและการเขียนต่อไปในอนาคต

          ความรู้เรื่องรูปร่างรูปทรงนั้นมีรายละเอียดมากมาย เช่น รูปสองมิติ รูปทรงสามมิติ ตำแหน่งที่ตั้งและการประกอบรูปทรง เป็นต้น สำหรับหนังสือเล่มนี้จะเน้นไปที่กิจกรรมการแยกแยะรูปทรง การจับคู่ และการรวมรูปร่างรูปทรง ฯลฯ ซึ่งการฝึกฝนให้เด็กๆ คิดวิเคราะห์เรื่องรูปร่างรูปทรงนั้น จะค่อยๆ พัฒนาเป็นขั้นเป็นตอน จากรูปธรรมไปหานามธรรม และจากรูปทรงสามมิติไปหารูปสองมิติ

          ตอนนี้ก็ถึงเวลาแล้วที่เด็กๆ จะได้ไปเรียนรู้เรื่องรูปร่างรูปทรงอย่างสนุกสนาน เพื่อเป็นการให้เด็กๆ ฝึกคิดวิเคราะห์อย่างตั้งใจ และแบ่งปันความรู้รวมทั้งความสำเร็จในการเรียนรู้ไปพร้อมๆ กัน

 

5. แบบฝึกเสริมทักษะ 4 ปี คณิตคิดสนุก : เสริมทักษะด้านตัวเลข จำนวน ฝึกคิดและแก้ไขปัญหาอย่างมีเหตุผล ฝึกให้เด็กๆ คุ้ยเคยกับการคิดแล ะตั้งคำถามจะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับเขา

          สำหรับเด็กๆ บางคนแล้ว วิชาคณิตศาสตร์ถือว่าเป็นฝันร้ายสำหรับพวกเขา นั่นอาจเป็นเพราะได้รับการส่งเสริมที่ผิดวิธี ด้วยความเข้าใจผิดที่ว่าถ้าเด็กๆ มีทักษะการคำนวณดี ก็จะเก่งวิชาคณิตศาสตร์ จึงให้เด็กๆ ฝึกฝนการคำนวณซ้ำไปซ้ำมา จนทำให้พวกเขาเกิดความเบื่อหน่ายและไม่สนใจวิชาคณิตศาสตร์ในที่สุด

          วิชาคณิตศาสตร์เป็นวิชาที่ต้องอาศัยการสะสมและการเชื่อมโยงความรู้ ดังนั้นการพัฒนาความรู้ด้านคณิตศาสตร์ของเด็กๆ จึงจำเป็นต้องวางแผนให้ดี เมื่อเด็กๆ อยู่ในวัยที่พร้อมจะเรียนรู้แล้ว พวกเขาจะต้องหมั่นทำแบบฝึกหัดที่จะช่วยส่งเสริมความสามารถในการแก้ไขปัญหา รู้จักเชื่อมโยง และคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหาได้ซึ่งเด็กที่มีพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ที่ดีจะมีแนวโน้มเป็นคนที่รู้จักแสดงความคิดเห็น คิดวิเคราะห์ และจัดการกับปัญหาได้ดีในอนาคต

          เนื่องจากคณิตศาสตร์เป็นวิชาที่เน้นให้ใช้ความคิดอย่างมีเหตุผล ไม่ใช่แค่เพียงการเขียนและคำนวณตัวเลขเท่านั้น หนังสือเล่มนี้จึงเน้นกิจกรรมที่จะช่วยให้เด็กๆ ได้ฝึกใช้ความคิดและคุ้นเคยกับการคิดวิเคราะห์ผ่านหัวข้อต่างๆ เช่น ตัวเลข จำนวน รูปทรง พื้นที่ การใช้เหตุผล เป็นต้น เพื่อเสริมสร้างทักษะการคิดในวิชาคณิตศาสตร์ตั้งแต่รูปธรรมไปจนถึงนามธรรม

          ขณะชวนเด็กๆ ทำกิจกรรมนั้น ต้องพยายามให้พวกเขาคิดวิเคราะห์ ตั้งคำถาม และเรียนรู้ด้วยความสนใจหากเด็กๆ ตอบคำถามไม่ได้ อาจใช้วิธีถามกลับเพื่อให้พวกเขาได้คิด หรืออาจใช้สิ่งของจริงๆ มาให้พิจารณาเมื่อเด็กๆ ได้คำตอบสมองก็จะได้รับการกระตุ้น

 

6. แบบฝึกเสริมทักษะ 4-5 ปี ระบายสีแสนสวย : ถ่ายทอดประสบการณ์พร้อมเติมแต่งจินตนาการออกมาเป็นผลงานอันภาคภูมิใจ การระบายสีช่วยฝึกให้เด็กๆ มีความคิดสร้างสรรค์

          ในชีวิตประจำวันเรามักจะเห็นเด็กเล็กๆ ที่ยังจับดินสอไม่ค่อยเป็น นั่งระบายสีอยู่บนพื้นพร้อมพูดกับตัวเองไปด้วย ในสายตาของผู้ใหญ่ผลงานเหล่านั้นอาจเป็นเส้นที่วกวนไม่เป็นระเบียบ แต่ในความเป็นจริงแล้วการระบายสีของเด็กๆ ช่วยสะท้อนความคิด อารมณ์ จินตนาการ และความรู้สึกในชีวิตประจำวันของพวกเขาได้เป็นอย่างดี

          เมื่อเด็กๆ สามารถควบคุมมือและเท้าได้ในระดับหนึ่ง พวกเขาก็จะลองใช้สิ่งที่ระบายได้ เช่น สีไม้หรือสีเทียนมาขีดๆ เขียนๆ อย่างมีความสุข ซึ่งกิจกรรมระบายสีของเด็กๆ จะช่วยให้พวกเขามีความมั่นใจในตัวเองและกล้าแสดงออกมากขึ้น

          หนังสือเล่มนี้รวบรวมกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการระบายสีหลากหลายรูปแบบ เช่น การระบายสีตามภาพตัวอย่าง การระบายสีตามเงื่อนไขที่กำหนด การระบายสีตามจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ เป็นต้น ช่วยพัฒนาการมองเห็น ฝึกฝนทักษะการสังเกตและการแยกแยะ การเปลี่ยนความคิดนามธรรมให้เป็นรูปธรรม กระตุ้นจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ ช่วยให้เด็กๆ ได้เรียนรู้สุนทรียภาพ และฝึกการมีสมาธิจดจ่อ ส่วนการจับดินสอนั้นจะช่วยฝึกฝนการควบคุมกล้ามเนื้อมัดเล็กและการทำงานประสานสัมพันธ์ระหว่างตากับมือซึ่งในระยะแรกๆ เด็กๆ อาจจะยังควบคุมกล้ามเนื้อได้ไม่ดีนัก แต่เมื่อได้ฝึกฝนอย่างต่อเนื่องและมีอายุมากขึ้น เด็กๆ ก็จะสามารถควบคุมกล้ามเนื้อได้ดีขึ้น

          อย่างไรก็ตาม เวลาดูผลงานระบายสีของเด็กๆ ควรจะดูเพื่อสังเกตพัฒนาการทางร่างกายและจิตใจของเด็กๆ เท่านั้น แต่ไม่ควรปิดกั้นความคิดสร้างสรรค์ของพวกเขา คอยให้กำลังใจและสร้างความมั่นใจในตัวเองให้กับเด็กๆ ว่าพวกเขาสามารถสร้างสรรค์สิ่งที่ดีได้ด้วยตนเองตามแต่ใจปรารถนา ซึ่งจะทำให้เด็กๆ เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคต

 

7. แบบฝึกเสริมทักษะ 4-5 ปี เขาวงกตพิศวง : ใช้ทักษะด้านการวิเคราะห์ประกอบกับหลักเหตุผลมาใช้แก้ไขโจทย์ปัญหาได้ เพิ่มพูนทักษะด้านมิติสัมพันธ์ กระตุ้นจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์อันไร้ขีดจำกัด

          ทักษะด้านมิติสัมพันธ์ คือ ความสามารถในการรับรู้ตำแหน่งของสิ่งต่างๆ เมื่อเทียบกับจุดใดจุดหนึ่งผ่านการมองเห็น ผู้ที่มีทักษะด้านมิติสัมพันธ์จะรับรู้ถึงความสัมพันธ์ของสี เส้น รูปทรง พื้นที่ และรูปร่างได้เป็นอย่างดี และนำสิ่งที่ได้รับรู้นั้นถ่ายทอดออกมาเป็นภาพวาดหรือคำพูดได้อย่างชัดเจน ซึ่งการเล่มเกมเขาวงกตเป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยส่งเสริมทักษะด้านมิติสัมพันธ์ให้กับเด็กๆ ช่วยให้พวกเขามีทักษะการสังเกต ไวต่อความรู้สึกรับรู้ทิศทางได้อย่างถูกต้องแม่นยำ นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นให้เด็กๆ มีจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์อีกด้วย

          หนังสือเล่มนี้ถูกออกแบบให้มีคำถามที่หลากหลายเหมาะสมกับอายุ เช่น เกมเขาวงกตจับคู่ เกมเขาวงกตตัวเลขเกมเขาวงกตภาษา ฯลฯ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเด็กๆ ให้อยากทำกิจกรรม เวลาเล่นเกมเขาวงกต เด็กๆ จำเป็นต้องสำรวจภาพอย่างละเอียด เพื่อจะได้ทราบว่าจะเดินต่อไปอย่างไร และวิเคราะห์ว่าควรเดินไปทางไหนจึงจะไปถึงจุดหมายปลายทาง การทำกิจกรรมดังกล่าวจะช่วยให้เด็กๆ ได้ฝึกฝนเรื่องการสังเกตและการวิเคราะห์แยกแยะ รวมทั้งได้ฝึกการให้เหตุผลอย่างรอบคอบ เมื่อเดินผิดเส้นทางก็ต้องกลับไปเดินใหม่อีกรอบ ซึ่งต้องจำให้ได้ว่าเคยเดินไปตามเส้นทางไหนแล้ว เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เดินผิดทางอีก การเดินทางไปยังจุดหมายนั้นช่วยฝึกฝนการมีสมาธิจดจ่อ ส่วนการลากเส้นไปยังทิศทางต่างๆ ช่วยฝึกฝนการทำงานประสานสัมพันธ์ระหว่างมือและดวงตา รวมทั้งพัฒนาทักษะการใช้ดินสอ

          เกมเขาวงกตมีความยากในระดับหนึ่ง หากเด็กๆ เดินไปถึงจุดหมายสำเร็จ พวกเขาจะรู้สึกดีใจและพอใจ รวมทั้งมีความมั่นใจในตนเองมากขึ้น และนอกจากจะเดินจากจุดเริ่มต้นไปถึงจุดหมายเหมือนการเล่นเกมเขาวงกตทั่วไปแล้ว อาจแนะนำให้เด็กๆ เดินจากจุดหมายไปถึงจุดเริ่มต้นก็ได้ เด็กๆ จะได้ฝึกเรื่องทิศทางตรงกันข้าม รู้จักคิดพลิกแพลงและรู้จักแก้ไขปัญหา

 

ชุด แบบฝึกเสริมทักษะ สำหรับเด็กอายุ 4 ปี (7 เล่ม)

ISBN : 1294877743835

ผู้แต่ง : Tony Culture Co., Ltd.

สำนักพิมพ์ : เอ็มไอเอส

หน้า/จำนวนเล่ม : 7 เล่ม/set

ชนิดปก : ปกอ่อน

เนื้อในพิมพ์ : 4 สี

ความเห็นเกี่ยวกับสินค้า (จากทั้งหมด 0 คน)
ภาพรวมความพึงพอใจ
0
0
0
0
0
ความเห็นของลูกค้าเฉลี่ย
ยอดรวม  ยังไม่มีการประเมิน