ช้อปผ่านแอป สนุกขึ้น สะดวกจริง24 ชั่วโมง โหลดฟรี
Social 24 oct 63
เลี้ยงลูกด้วยหู
รหัสสินค้า  244673010

เลี้ยงลูกด้วยหู

รหัสสินค้า  244673010
  • ISBN : 9786169312901
  • คู่มือแนะนำคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกน้อยวัย 0-6 ขวบ
  • ฟังอย่างไร สังเกตลูกอย่างไร เพื่อให้เข้าใจพฤติกรรมของเด็กวัยนี้
฿ 275
฿ 340
19%
ประหยัด ฿ 65
ราคานี้ใช้ได้ตั้งแต่  01/09/2020 - 25/10/2020
รวมยอดของ
- +
มีสินค้าในสต๊อก
สินค้านี้จำกัดจำนวนในการสั่งซื้อ

การจัดส่ง

จัดส่งฟรีเซเว่นอีเลฟเว่น (7-11) ส่งภายใน 3 - 7 วันทำการ หลังชำระเงิน
ฟรี
จัดส่งตามที่อยู่ ส่งภายใน 3 - 7 วันทำการ หลังชำระเงิน

สินค้าใกล้เคียง

ขนาดสินค้ารวมบรรจุภัณฑ์ (กxยxส) 14.4x21.1x1.2 ซม.
น้ำหนักรวมบรรจุภัณฑ์ 0.25 กก.

เนื้อหาโดยสังเขป

เลี้ยงลูกด้วยหู

          หัวใจของการเลี้ยงลูกคือ "การฟัง" ฟังเพื่อรับรู้ปัญหาของลูก เพื่อเข้าใจความรู้สึกของลูก เพื่อสร้างความมั่นใจในตัวลูก การรับฟังเหตุผลของลูกและดุลูกอย่างถูกวิธีจะช่วยสร้างพื้นฐานจิตใจ เสริมความมั่นใจให้เป็นเด็กที่รู้จักแก้ปัญหาได้ด้วยตัวเอง และสนับสนุนให้เติบโตในแบบของลูกเอง

 

บทนำ

          สมัยก่อน หากทำตามที่พ่อแม่บอกนั่นคือเราทำสิ่งที่ถูกต้องใช่ไหมล่ะคะ แต่เดี๋ยวนี้ ด้วยค่านิยมที่หลากหลาย ทำให้เชื่อกันว่า "คนเรานั้นแตกต่างกัน ต่างก็มีดีคนละแบบ" นั่นเป็นเรื่องดี แต่ในทางกลับกัน เราต่างก็ต้องหัวหมุนกับข่าวสารสารพัน หากไปร้านหนังสือ จะเจอหนังสือ "เลี้ยงลูกแบบไม่ดุว่า" วางขายอยู่ข้างหนังสือ "ดุลูกแบบไหนถึงได้ผลดี" ชวนให้งงว่าเล่มไหนล่ะที่พูดถูก

          ฉันเคยเป็นครูสอนโรงเรียนประถม ก่อนจะลาออกมาทำงานอิสระตอบปัญหาคลายทุกข์ให้คุณแม่มามากมาย ถึงตอนนี้ก็เกินห้าพันคนแล้ว มีทั้งแบบให้คำปรึกษาตัวต่อตัว จัดคอร์สสอน และจัดบรรยาย จากประสบการณ์นั้น ฉันได้เรียนรู้ว่า ยิ่งแม่คนไหนจริงจังและตั้งใจมาก ก็จะพยายามมากจนเกินไป ยิ่งเรียนรู้มากเท่าไหร่ ยิ่งมีบรรทัดฐานวัดความถูกต้อง และรู้วิธีปฏิบัติจากหนังสือแนวฮาวทูมากขึ้นตามไปด้วย กลายเป็นว่าไม่รู้ทำยังไงถึงจะดี

          ที่แม่ส่วนใหญ่รู้สึกว่าการเลี้ยงลูกนี่ลำบากจัง ต้นตอมักมาจากความคิดที่ว่า "เราต้องเป็นแม่ที่ดี" หรือ "เราต้องเลี้ยงลูกให้เป็นเด็กดี" นั่นเอง ยิ่งห่วงลูกมากแค่ไหน ก็ยิ่งกลุ้มใจมากขึ้นเป็นเงาตามตัวเอาเข้าจริง พ่อแม่อย่างเราๆ ทำอะไรเพื่อลูกได้น้อยกว่าที่คิดนะคะ เมื่อไหร่ที่คิดไปว่า เราน่ะทำอะไรเพื่อลูกได้ตั้งมากมาย เมื่อนั้นการเลี้ยงลูกจะไม่พัฒนาไปไหน เรื่องนี้ไม่จำกัดเฉพาะการเลี้ยงลูก ความสัมพันธ์กับคนอื่นๆ ไม่ว่าใครก็ตาม ล้วนเป็นเรื่องเรียบง่ายทั้งนั้น บางคนพอกลายเป็นแม่ ก็เอาแต่โกรธ โกรธและโกรธ ขณะที่บางคนดุว่าลูกซ้ำแล้วซ้ำอีก หรือแม่บางคนก็เป็นห่วงเหลือเกินว่าทำไมลูกดูเป็นเด็กขี้กลัว หรืออยู่นิ่งไม่เป็นเลย...

          อยากจะบอกคุณแม่ที่มีความทุกข์เหล่านั้นผ่านหนังสือเล่มนี้ ว่าหัวใจของการเลี้ยงลูกคือ "การฟัง" ฉันเชื่อว่า "หากเลี้ยงลูกโดยที่เก้าสิบเปอร์เซ็นต์คือการฟังเขา จะช่วยให้เลี้ยงลูกได้อย่างราบรื่นขึ้น" เมื่อตั้งใจฟังลูกพูด นั่นเท่ากับเรายอมรับพวกเขาอย่างเต็มที่ ทำให้ลูกเชื่อใจพ่อแม่ และช่วยสร้างพื้นฐานจิตใจอันเข้มแข็ง ส่วนเรื่อง "การดุ" และ "การชม" ฉันเองก็ลองผิดลองถูกระหว่างที่เป็นครู และได้บทสรุปว่า "การเลี้ยงลูกแบบโค้ช (Coaching)" นั้นดีที่สุด คือ การเลี้ยงลูกแบบไม่บังคับให้ทำอย่างที่พ่อแม่ต้องการ เราชมหรือดุลูกเพื่อสนับสนุนให้เติบโตอย่างที่พวกเขาเป็น ไม่ใช่เพื่อบังคับให้ทำอย่างที่เราต้องการ เราจะเลี้ยงลูก "แบบให้คิดและทำเอง" ผ่านกระบวนการ "ยอมรับ" "สอน" "บอกเล่า" "ปล่อยให้คิดเอง" และ "พูดคุย" นั่นเอง

 

ดุให้จบภายใน 7 วินาที

          เห็นเวลาแม่ๆ ดุลูก แล้วรู้สึกว่า ดุลูกกันนานเกินไปค่ะ ยิ่งลูกเล็กเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งไม่อยากฟังเข้าไปใหญ่

เคล็ดลับ 1 : ลองขอร้องลูก

          เวลาลูกดื้อไม่เชื่อฟัง แม่ต้องไม่หัวเสียและใช้วิธีออกคำสั่งว่า “ทำ…ซะ!” แต่ให้แสดงท่าทีขอร้องทำนองว่า “ถ้าหนูยอม… แม่จะดีใจมากจะช่วยแม่ได้เยอะเลยจ้ะ” ลูกๆ ชอบมากเมื่อตัวเองมีประโยชน์กับแม่! ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าช่วยกระตุ้นให้พวกเขากระตือรือร้นขึ้นมาได้

เคล็ดลับ 2 : สอนวิธีทำว่า “หนูลองทำ…นะจ๊ะ”

เมื่อลูกทำเรื่องไม่ถูกใจ พ่อแม่มักอดพูดไม่ได้ว่า

“ห้าม...นะ! ทำไม่ได้นะ!”

แน่นอนว่าจะช่วยให้ลูกหยุดพฤติกรรมนั้นได้ทันที แต่ลูกก็จะยังคงงงว่า

แล้วควรทำยังไงล่ะ ลงท้ายด้วยการทำซ้ำรอยเดิมอีก ถ้าพูดว่า “หนูลองทำ…นะจ๊ะ” แทน “ห้าม..นะ! ทำไม่ได้นะ!” จะได้ผลกว่า

 

ยกตัวอย่าง เมื่อเหตุเกิดในรถบัส แทนที่จะพูดว่า

“ห้ามเตะเบาะหน้านะ!”

ลูกจะเข้าใจง่ายกว่าหากแม่ยิ้มและบอกว่า

“หนูกระเถิบก้นเข้ามานั่งลึกๆ พิงหลังกับเบาะ นั่งตัวตรงนะจ๊ะ” แบบนี้ลูกปฏิบัติตามง่ายกว่า

 

เคล็ดลับ 3 : ใช้คำพูดที่ลูกเข้าใจ

ยกตัวอย่าง เช่น ถ้าบอกลูกกว้างๆ ว่า “หนูอยู่เงียบๆ นะ”

เด็กอาจเข้าใจยาก เรื่องไหนอยากบอกลูกจริงๆ ให้พูดแบบเป็นรูปธรรม

ถ้าอยากให้ลูกอยู่เงียบๆ ก็พูดเช่นว่า

“เราคุยกันเสียงเบาๆ นะจ๊ะ”

“เดินเบาๆ แบบนินจาได้ไหมเอ่ย”

สิ่งสำคัญคือ ต้องตั้งใจเลือกใช้คำที่ความหมายชัดเจนนึกภาพตามง่าย

 

Yes กับความรู้สึก No กับการกระทำ

บทก่อนหน้า ฉันแนะนำว่า

“ให้ใส่ใจความคิดลูก และตั้งใจฟังความคิดนั้นดีๆ”

กลับกัน แม่บางคนยังกังวลว่า

“ถ้าเอาแต่เห็นอกเห็นใจ ลูกจะแยกแยะเรื่องถูกเรื่องผิดไม่ได้หรือเปล่า”

ไม่ค่ะ ไม่ต้องกังวลเรื่อง “การเห็นอกเห็นใจ” ไม่ใช่ว่าจะ YES กับทุกเรื่อง

เราต้องเข้าถึงความคิดลูก และต้องดุเรื่องพฤติกรรมด้วย หมายความว่า ตอนดุ เราต้องมีท่าทีให้ลูกเข้าใจว่า

ถึงเราจะ YES กับความคิดของเขา แต่เรา NO กับพฤติกรรมนั้น

 

ยกตัวอย่าง เวลาลูกงอแงเพราะอยากกินขนม

          ถ้าเราบอกว่า “หนูหิวใช่ไหม (ใจจริงคืออยากให้ทนก่อน...) จะกินก็ได้ลูก” นั่นคือเรา YES กับทั้งความคิดและพฤติกรรม เป็นตัวอย่างที่ไม่ดี จะทำให้ลูกแยกแยะไม่ได้ว่าเรื่องไหนควรทำหรือไม่ควรทำ

 

วิธีรับมือดีที่สุด คือ บอกว่า “หนูหิวใช่ไหม ขอโทษนะจ๊ะ แต่เดี๋ยวได้เวลากินข้าวแล้ว แม่ให้กินไม่ได้จ้ะ”

แบบนี้เรา YES กับความคิด แต่ NO กับพฤติกรรมใช่ไหมล่ะคะ

“การดุ” คือกระบวนการ “สอน บอกเล่า สอนให้คิด และคุยกัน”

เมื่อเราอยาก NO ลูกไม่ได้แปลว่าเราต้องเอ็ดลูกเวลาลูกดื้อ พูดว่า “ก็หนูไม่ชอบ!” ฉันเข้าใจว่าแม่ตกที่นั่งลำบาก แน่นอน เพราะลูกไม่ยอมเปลี่ยนความคิดง่ายๆ

ถึงเราจะ NO กับพฤติกรรมนั้น ลูกอาจยังโวยวายต่อว่า “หนูไม่ยอม!

ถ้าเจอแบบนั้น ให้ค่อยๆ อธิบาย ไม่มีเวทมนตร์ไหนทำให้ลูกเงียบได้ทันที บอกลูกอย่างใจเย็นว่าเรา YES กับความคิด แต่ NO กับ

พฤติกรรมของเขานะ เมื่อเรา ‘เห็นอกเห็นใจ’ และ “ขอร้อง” ซ้ำๆ ลูกจะค่อยๆ ลดดีกรีความงอแงลงเอง ลูกจะค่อยๆ ใช้เวลาฝึกต่อสู้กับใจตัวเอง และอดทนได้ในที่สุด

 

บทส่งท้าย

          สิ่งที่ฉันอยากบอกผ่านหนังสือเล่มนี้ ไม่ใช่วิธีเลี้ยงลูกให้เป็น "เด็กดี" หากเขียนถึงว่าพ่อแม่จะทำยังไงได้บ้างผ่านการสื่อสาร เพื่อให้เด็กแต่ละคนเบ่งบานในแบบเขา ฉันจะดีใจอย่างยิ่งหากคุณพ่อคุณแม่อ่านหนังสือเล่มนี้แล้วได้เคล็ดลับช่วยให้เลี้ยงลูกอย่าง "มีความสุข" และ "สบาย" ขึ้น โดยไม่ตั้งเป้าว่า "ต้องทำอย่างสมบูรณ์แบบ" สุดท้ายนี้ ฉันขอแนะนำบทกลอนในการเลี้ยงลูก แต่งโดยนักการ ศึกษาจากจังหวัดยามากุจิ

วัยทารก ต้องตัวติดกัน

วัยเด็กเล็ก ตัวไม่ติดกันได้ แต่อย่าให้ห่างมือ

วัยเด็กโต ห่างมือได้ อย่าให้ห่างสายตา

พอโตเป็นหนุ่มสาวแล้ว ห่างสายตาได้ อย่าให้ใจห่าง

          เราจะปรับระยะห่างระหว่างเรากับลูกไปตามวัยของเขา ขณะเดียวกันยังรู้สึกเชื่อมโยงกับลูกแบบใดแบบหนึ่งตลอดไป ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นความเป็นพ่อแม่ลูกย่อมไม่เปลี่ยนแปลง เพื่อนหรือคนรู้จักอาจจากเราไป แต่สายใยระหว่างพ่อแม่ลูกไม่เคยขาด

          ในชีวิตส่วนตัวฉันเองก็เป็นแม่ที่เลี้ยงดูลูกคนหนึ่ง และลูกอยู่ในช่วง ‘ห่างมือได้ อย่าให้ห่างสายตา’ ฉันเผชิญหน้ากับลูกไปพลางทุกข์ใจ และลองผิดลองถูก ฉันทำพลาดทุกวัน และลูกก็สอนอะไรกลับมามากมาย เมื่อเผชิญหน้ากับลูกก็เหมือนได้เผชิญหน้ากับตัวเอง ฉันเชื่อว่าการเลี้ยงลูกนั้นเหมือนทำให้ตัวเองเติบโตด้วย

...มิกะ วาคุดะ

 

สารบัญ

เลี้ยงลูกด้วยหู

Part 1 ฟังก่อนดุ แล้วลูกจะยอมรับนับถือตัวเอง

- พ่อแม่โกรธเพราะคิดถึงตัวเอง แต่ดุเพราะเห็นแก่ลูก

- ฟังว่าลูก "คิด" อะไร แล้วลูกจะเข้าใจ "ความคิด" เรา

- เรื่องไหนสำคัญ ให้บอกซ้ำ ๆ อย่างใจเย็น

- ฯลฯ

Part 2 ฟังแล้วชม ช่วยให้เด็กเติบโต

- เมื่อลูกพูดว่า "แม่จ๋า ดูนี่สิ!" ให้ยอมรับโดยบอกว่า "แม่ตั้งใจดูอยู่จ๊ะ"

- กอดและฟังสารพัดเรื่องเล่าของลูก

- ไม่พูดว่า "ทำได้ก็ไม่แปลกนี่นา" แต่ให้พูดว่า "เยี่ยมเลยจ๊ะ!"

- ฯลฯ

Part 3 Q&A ตอบคำถามจากคุณแม่ เกี่ยวกับ "การฟัง"!

- ดูเท่าไหร่ ก็ยังทำแบบเดิม ทำยังไงเขาถึงจะเข้าใจ?

- ลูกหัวเราะเมื่อโดนดุ ควรเข้มงวดให้มากขึ้นไหม

- ลูกจงใจทำเรื่องที่ฉันไม่ชอบ ลูกไม่ชอบฉันหรือเปล่า

- ฯลฯ

 

เลี้ยงลูกด้วยหู

ISBN : 9786169312901

ผู้แต่ง : มิกะ วาคุดะ

ผู้แปล : หนึ่งฤทัย ปราดเปรียว

สำนักพิมพ์ : SandClock Books

หน้า/จำนวนเล่ม : 199 หน้า

ชนิดปก : ปกอ่อน

เนื้อในพิมพ์ : สองสี

 

หมายเหตุ

ชื่อเรื่องต้นฉบับ : Shikaru Yori Kiku De Umakuiku Kodomo No Kokoro No Coaching

สำนักพิมพ์ต้นฉบับ : Kadokawa Corportion, Tokyo.

ความเห็นเกี่ยวกับสินค้า (จากทั้งหมด 1 คน)
ภาพรวมความพึงพอใจ
1
0
0
0
0
ความเห็นของลูกค้าเฉลี่ย
ยอดรวม  5.0 ใน 5 คะแนน
Patchareeporn
  21/10/2019 15:29:43

ยอดเยี่ยม

หนังสือดีมากค่ะ หลายสิ่งหลายอย่างที่เราเข้าใจลูกผิดมาโดยตลอด พอได้อ่านจากหนังสือเล่มนี้ถึงบางอ้อเลยทีเดียว อยากให้คุณพ่อคุณแม่ซื้อไปอ่านกันเยอะๆนะคะ จะได้รู้วิธีสังเกตเจ้าตัวน้อย พอเราสังเกต เรารู้และเข้าใจ การจะปราบเด็กน้อยที่แสนดื้อแสนซนขี้งอแง ทำได้ไม่ยากเลยค่ะ

ผู้ที่ซื้อสินค้านี้ สั่งซื้อสินค้านี้ด้วย